ปล่อยลูกติดจอเสี่ยงสมาธิสั้น พัฒนาการช้า

ปล่อยลูกติดจอเสี่ยงสมาธิสั้น พัฒนาการช้า

26/01/2566 13:02:25 | Views: 7,913

ในยุคสมัยนี้ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าการเลี้ยงลูกมีสิ่งที่คอยดึงดูดความสนใจลูกอย่างมากมาย โดยสิ่งที่ผู้ปกครองมักใช้ในกรณีที่ต้องการเบี่ยงเบนหรือดึงความสนใจลูกก็คงหนีไม่พ้นเทคโนโลยี เช่น โทรศัพท์สมาร์ทโฟน แท็ปเล็ต และทีวี

แต่การที่ให้สมาร์ทโฟนหรือการให้หน้าจอกับลูก เพื่อที่จะให้ลูกหยุดนิ่ง กลับจะกลายเป็นการ ทำร้ายลูกโดยที่ผู้ปกครองไม่รู้ตัว ซึ่งการที่ให้ลูกเล่นโทรศัพท์อย่างผิดวิธีจะส่งผลต่อพัฒนาการไม่ว่า จะเป็นเรื่องของร่างกายและจิตใจ

อย่าคิดว่าสิ่งที่ลูกสามารถอ่านและท่องจำได้เป็นความสามารถของลูก อย่าคิดว่าลูกเก่ง จนทำให้ ปล่อยปละละเลยในการดูแลลูก เพราะพฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากการเรียนรู้ที่ถูกต้อง และจะ ทำให้ลูกเสี่ยงต่อสมาธิสั้น พัฒนาการช้า และออทิสติกเทียม

วิธีสังเกตอาการ

- เบื่อง่าย
- ขาดความอดทน
- หงุดหงิด ใจร้อน ขี้โมโห
- ไม่สนใจต่อสิ่งรอบตัว
- ไม่สนใจพ่อ – แม่
- โลกส่วนตัวสูง ชอบอยู่ลำพังเพียงคนเดียว
- จดจ่อสนใจแต่โทรศัพท์

วิธีป้องกัน

- ไม่ควรให้เด็กอายุ 0 – 2 ขวบปีแรกดู โทรทัศน์ มือถือ แท็ปเล็ต อย่างเด็ดขาด
- หากเด็กอายุตั้งแต่ 2 ปี จำกัดเวลาไม่เกินวันละ 1 ชั่วโมง

  • หลังอายุ 6 ปี แนะนำจำกัดเวลาการใช้สื่อเพื่อให้ไม่รบกวนกิจวัตรประจำวัน เช่น การเรียน การ ออกกำลังกาย เวลานอน หน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

-  ในการดูสื่อของเด็กๆในทุกครั้งต้องมีพ่อแม่หรือผู้ดูแลอยู่เพื่อให้การแนะนำ  ไม่ควรปล่อยเด็กให้อยู่ ลำพัง

  • งดการใช้หน้าจออย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนถึงเวลาเข้านอน

- หากิจกรรมอื่นที่ไม่ใช่การใช้หน้าจอ ทำร่วมกัน เช่น การอ่านหนังสือ การละเล่นต่างๆ การช่วยกัน ทำงานบ้าน
- พูดคุยกับลูก ชื่นชมลูก และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูก


บทความโดย

นพ.ปัญญพันธุ์   ถิรประสิทธิ์พร
นพ.ปัญญพันธุ์ ถิรประสิทธิ์พร

กุมารแพทย์ทั่วไป


บทความน่ารู้

ไซนัสอักเสบ

ไซนัสอักเสบ

ไซนัสอักเสบมีสาเหตุหลายประการ แต่ส่วนใหญ่มักเกิดจากการติดเชื้อและการอักเสบของหลอดลมในช่องจมูกและใบหน้า

ทำไมต้องทำกายภาพหลังการผ่าตัด

ทำไมต้องทำกายภาพหลังการผ่าตัด

หลายคนอาจมีความเข้าใจผิดว่าถ้าการผ่าตัดผ่านไปได้ดีก็จะหายเป็นปกติ  และหลังการผ่าตัดควรพักฟื้นเพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนฟื้นฟูอย่างเต็มที่  แต่ในความเป็นจริงแล้ว  นอกจากการผ่าตัดรักษาแล้วนั้น  การทำกายภาพบำบัด มีบทบาทสำคัญไม่แพ้กันที่จะช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย  ให้ผู้ป่วยกลับมาเคลื่อนไหว  ใช้ชีวิตและทำกิจวัตรประจำวันได้อย่างปกติสมบูรณ์แบบ  ดังนั้นการทำกายภาพบำบัดหลังการผ่าตัดเป็นสิ่งจำเป็นและมีความสำคัญมาก  ที่ไม่ควรละเลย  เพื่อให้ได้รับผลการรักษาที่ดีที่สุด