โรคหัวใจ (Heart disease)

โรคหัวใจ (Heart disease)

27/05/2567 09:30:34 | Views: 9,386

โรคหัวใจ เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนไทย เนื่องจากปัจจุบัน คนไทยส่วนใหญ่มีพฤติกรรมเสี่ยงกันมากขึ้น ทั้งการรับประทานอาหาร การไม่ดูแลสุขภาพร่างกาย แต่ในบางคนอาจจะยังไม่รู้ว่าตนเองเป็นโรคหัวใจ เพราะอาการบางอย่างอาจจะคล้ายคลึงกับหลายๆโรค ดังนั้นเราจึงควรมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับอาการ รวมถึงการป้องกัน เพื่อสำรวจตัวเองว่ามีความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจหรือไม่ โรคหัวใจสามารถแบ่งย่อยได้เป็นหลายกลุ่มโรค เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคกล้ามเนื้อหัวใจ โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคลิ้นหัวใจ โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด และโรคติดเชื้อบริเวณหัวใจ เป็นต้น

หากคุณมีความเสี่ยงต่ออาการของโรคหัวใจ เช่น มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจหรือเบาหวาน ควรตรวจสุขภาพเป็นประจำเพื่อตรวจสอบความเสี่ยง และดูแลสุขภาพในระยะยาว เเละหากมีอาการควรพบแพทย์ทันที

ใครบ้าง? ที่มีความเสี่ยงเป็น โรคหัวใจ
    โรคหัวใจเป็นอาการที่ส่งผลต่อหัวใจและระบบหลอดเลือด มีหลายปัจจัยที่ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ ดังนี้

ปัจจัยด้านพันธุกรรม : ความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจอาจมีการถ่ายทอดผ่านพันธุกรรม หากมีคนในครอบครัวที่เคยเป็นโรคหัวใจ ก็อาจมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคหัวใจได้เช่นกัน

สภาพแวดล้อมและพฤติกรรม : การรับประทานอาหารที่มีปริมาณไขมันสูง น้ำตาลมาก และเกลือสูง สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์มาก ไม่ออกกำลังกาย และมีน้ำหนักเกินตัว เป็นต้น เป็นปัจจัยที่เสี่ยงที่จะทำให้คนมีโอกาสเป็นโรคหัวใจ

โรคร่วมอื่น ๆ : คนที่มีโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคไขมันในเลือดสูง มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในการเป็นโรคหัวใจ

อายุ : ความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเมื่อคุณมีอายุมากขึ้น ผู้สูงอายุมักมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจสูงขึ้น
เพศ : ผู้ชายมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจสูง กว่าผู้หญิง แต่ผู้หญิงหลายคนก็สามารถเป็นโรคหัวใจได้

ความเครียดและภาวะสุขภาพจิต : ภาวะเครียดที่เกิดจากการที่ความเครียดทางจิตใจ อาจมีผลต่อสุขภาพหัวใจ

สภาพของร่างกาย : การที่มีน้ำหนักตัวเกิน  ความอ้วน อาจทำให้เสี่ยงเพิ่มขึ้นกว่าคนที่มีร่างกายสมส่วน

อาการเริ่มต้น ของการเกิดโรคหัวใจ
อาการเริ่มต้นของการเกิดโรคหัวใจมักเกิดจากปัจจัยหลายอย่าง ที่มีผลต่อการทำงานของหัวใจและระบบหลอดเลือดในร่างกาย
บางครั้งอาการเริ่มต้นจะไม่แสดงออกมาเป็นที่เเน่ชัด แต่บางครั้งก็อาจมีอาการที่มีความรุนแรงมากขึ้น ดังนี้
1. อาการเจ็บแน่นหน้าอก :อาจมีความรู้สึกเจ็บหน้าอกหรืออักเสบในบริเวณทรวงอก อาจมีลักษณะความรุนแรงที่แตกต่างกันไป
เช่น เจ็บปวดหนักมาก หรือความรู้สึกเสียวแสบขณะแรงกดที่ทรวงอก
2. หายใจเหนื่อยหอบ : อาจมีอาการหายใจเหนื่อยหอบหรือหายใจไม่อิ่ม เกิดขึ้นได้ง่ายขึ้นอยู่กับกิจกรรม
ที่ต้องใช้ความพยายาม
3. อาการเหงื่อออกมาก : อาจมีการเหงื่อออกมากขึ้นโดยไม่มีสาเหตุที่ชัดเจน
4. รู้สึกหนาว หรือหนาวบ่อย : ผู้ที่เริ่มมีปัญหาเรื่องหัวใจอาจมีอาการรู้สึกหนาว หรือความรู้สึกเหมือนหนาวบ่อยครั้ง
5. อาการเมื่อยล้า : ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจอาจมีความเมื่อยล้ามากขึ้นโดยไม่มีเหตุผลที่ชัดเจนหลังจากกิจกรรมที่มักทำได้ดีก่อนหน้า
6. อาการหงุดหงิด หรือความเครียด : อาจมีการเปลี่ยนแปลงในอารมณ์เช่น
อาการหงุดหงิด หรือความเครียดโดยไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน ควรพบแพทย์หัวใจ เมื่อใด ?
•  อาการเจ็บแน่นหน้าอก : หากมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก บวมหรือรู้สึกหนักบริเวณทรวงอก ควรพบแพทย์ทันที เนื่องจากอาจเป็นเครื่องชี้วัดของปัญหาหัวใจร้ายแรง เช่น หัวใจขาดเลือดหรือเส้นเลือดหลอดเลือดหัวใจอุดตัน.
•  หายใจเหนื่อย : หากมีอาการหายใจเหนื่อย หอบเหนื่อย หรือรู้สึกหายใจไม่ออกเป็นปกติ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจสอบว่ามีปัญหาทางหัวใจหรือไม่
•  เจ็บแน่นหน้าแข้งหรือแขน : อาการเจ็บแน่นหรือปวดบริเวณแข้งหรือแขนซ้ายอาจเป็นได้แบบมีหรือไม่มีความสัมพันธ์กับการใช้กำลัง แต่อาจเป็นเครื่องชี้วัดการตีบของหัวใจ.
•  อาการหน้ามืด หรืออาเจียน : การมีอาการหน้ามืด หรืออาเจียนอย่างเฉียบพลันอาจเป็นอาการของการระคายเคืองหัวใจได้
•  อาการเหนื่อยง่ายและอ่อนเพลีย : หากคุณมีอาการเหนื่อยง่ายและอ่อนเพลียแม้ในกิจวัตรประจำวัน ควรพบแพทย์เพื่อตรวจสอบสุขภาพหัวใจและระบบหลอดเลือด

การดูแลตนเอง ให้ลดความเสี่ยง โรคหัวใจ
ออกกำลังกายเป็นประจำ : การออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างระบบหัวใจและหลอดเลือดเป็นสิ่งที่สำคัญ ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวันหรือ 150 นาทีต่อสัปดาห์ เช่น เดินเร็ว วิ่ง ว่ายน้ำ หรือเล่นกีฬาต่าง ๆ เป็นต้น

รักษาน้ำหนักตัวที่เหมาะสม : การรักษาน้ำหนักตัวที่เหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ หากคุณมีน้ำหนักเกินมาก การลดน้ำหนักอาจช่วยลดความดันเลือดและระดับไขมันในเลือด

รับประทานอาหารที่เหมาะสม : ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อหัวใจ เช่น ผัก ผลไม้ และอาหารที่มีไขมันไม่อิ่มตัว เช่น ไข่ไก่ ปลา ถั่ว และเมล็ดพืช

ลดการบริโภคอาหารที่มีโซเดียมสูง: การลดการบริโภคเกลือจะช่วยลดความดันโลหิต ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคหัวใจ
หลีกเลี่ยงสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ : สูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ
การจัดการกับความเครียด : การมีความเครียดอยู่เป็นเวลานานสามารถส่งผลกระทบต่อระบบหัวใจ การปฏิบัติตัวในสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดความเครียด หรือการเรียนรู้เทคนิคการผ่อนคลายอาจช่วยลดความเครียด
ตรวจสุขภาพประจำ :  การตรวจสุขภาพประจำจะช่วยตรวจพบปัญหาหรือความผิดปกติทางสุขภาพก่อนที่จะเกิดอันตรายต่อหัวใจ
รับประทานยาตามคำสั่งของแพทย์ : หากคุณมีปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับหัวใจ คำแนะนำจากแพทย์และการรับประทานยาตามคำสั่งเป็นสิ่งสำคัญ
นอนพักผ่อนเพียงพอ : การนอนพักผ่อนเพียงพอช่วยลดความเครียด ปรับสมดุลของฮอร์โมน และรักษาระบบหัวใจและหลอดเลือดในสภาพที่ดี


บทความโดย

นพ.อาทิตย์  ฆารสว่าง
นพ.อาทิตย์ ฆารสว่าง

อายุรแพทย์ทั่วไปและแพทย์เฉพาะทางโรคหัวใจและหลอดเลือด


บทความน่ารู้

ข้อดีของการทำกายภาพบำบัด

ข้อดีของการทำกายภาพบำบัด

กายภาพบำบัดช่วยลดอาการปวด ฟื้นฟูการเคลื่อนไหว และเสริมความแข็งแรงของร่างกาย เหมาะสำหรับผู้ป่วยหลังผ่าตัด ผู้สูงอายุ หรือผู้มีอาการเรื้อรัง ช่วยให้กลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพ โดยไม่ต้องพึ่งยาเกินจำเป็น

ทำความรู้จัก Lasik

ทำความรู้จัก Lasik

"เลสิค" เป็นคำเรียกโดยรวมของการผ่าตัดแก้ไขสายตา โดยการยิงเลเซอร์ที่กระจกตา คำว่า LASIK ย่อมาจาก Laser In Situ Keratomileusis สามารถแก้ไขสายตาผิดปกติ ได้แก่ สายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียงโดยกำเนิด โดยมุ่งเน้นการแก้ไขที่กระจกตาเป็นหลัก