
สำหรับคู่รักที่กำลังวางแผนมีลูก คำถามว่า “ทำ IVF ที่ไหนดี?” อาจเป็นหนึ่งในคำถามที่ตัดสินใจยากที่สุด เพราะการเลือกคลินิก IVF ไม่ควรพิจารณาเพียงราคา หรือความสะดวกในการเดินทางเท่านั้น แต่ควรดูตั้งแต่ประสบการณ์ของแพทย์ คุณภาพห้องปฏิบัติการ เทคโนโลยีเลี้ยงตัวอ่อน ไปจนถึงการวางแผนรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคู่
คำตอบสั้น ๆ คือ คลินิก IVF ที่ดีควรมีทีมแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ตัวอ่อนที่มีประสบการณ์ มีห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน มีเทคโนโลยีช่วยคัดเลือกและติดตามตัวอ่อน และสามารถวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลได้
ก่อนตัดสินใจทำ IVF ลองพิจารณา 7 เรื่องต่อไปนี้
1. IVF คืออะไร และเหมาะกับใคร?
IVF หรือ In Vitro Fertilization คือเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ที่นำไข่และอสุจิมาปฏิสนธิภายในห้องปฏิบัติการ ก่อนเลี้ยงตัวอ่อนและย้ายตัวอ่อนกลับเข้าสู่โพรงมดลูก
IVF อาจเป็นทางเลือกสำหรับคู่สมรสที่มีภาวะมีบุตรยากจากหลายสาเหตุ เช่น ท่อนำไข่มีปัญหา จำนวนหรือคุณภาพอสุจิต่ำ ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ อายุฝ่ายหญิงเพิ่มขึ้น หรือคู่ที่พยายามตั้งครรภ์ตามธรรมชาติเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้วยังไม่สำเร็จ
อย่างไรก็ตาม แต่ละคู่มีสาเหตุและปัจจัยด้านสุขภาพแตกต่างกัน จึงควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ก่อนตัดสินใจเลือกวิธีรักษา
2. อย่าดูเพียง “เปอร์เซ็นต์ความสำเร็จของ IVF”
อัตราความสำเร็จเป็นข้อมูลสำคัญ แต่ไม่ควรใช้ตัวเลขเพียงตัวเดียวในการเปรียบเทียบคลินิก
เนื่องจากความสำเร็จของ IVF ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
* อายุของฝ่ายหญิง
* จำนวนและคุณภาพของไข่
* คุณภาพของอสุจิ
* คุณภาพและระยะของตัวอ่อน
* สุขภาพของมดลูกและเยื่อบุโพรงมดลูก
* โรคหรือภาวะสุขภาพของแต่ละบุคคล
* เทคนิคและแผนการรักษาที่เลือกใช้
ดังนั้น หากเห็นข้อมูลเกี่ยวกับอัตราความสำเร็จ ควรถามเพิ่มเติมว่า ตัวเลขดังกล่าววัดจากกลุ่มผู้รับบริการประเภทใด และใช้เกณฑ์อะไรในการวัดผล เพราะเปอร์เซ็นต์ที่สูงไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะมีโอกาสสำเร็จเท่ากัน
3. ห้องปฏิบัติการ Embryology สำคัญกับ IVF อย่างไร?
หลายคนให้ความสำคัญกับแพทย์เป็นอันดับแรก แต่ในกระบวนการ IVF ห้องปฏิบัติการตัวอ่อนหรือ Embryology Laboratory มีบทบาทสำคัญอย่างมาก
หลังเก็บไข่และเตรียมอสุจิ กระบวนการปฏิสนธิและการเลี้ยงตัวอ่อนจะเกิดขึ้นภายในห้องปฏิบัติการ
สภาพแวดล้อม เช่น อุณหภูมิ ความชื้น ระบบอากาศ ตลอดจนขั้นตอนการดูแลตัวอ่อน จึงต้องได้รับการควบคุมอย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอ
ด้วยเหตุนี้ ก่อนเลือกสถานพยาบาล IVF จึงควรพิจารณาทั้งมาตรฐานของห้องปฏิบัติการ ระบบควบคุมคุณภาพ และประสบการณ์ของทีมนักวิทยาศาสตร์ตัวอ่อนร่วมด้วย
4. EmbryoScope ช่วยอะไรในการทำ IVF?
หนึ่งในเทคโนโลยีที่ใช้ในกระบวนการเลี้ยงตัวอ่อนคือ EmbryoScope หรือระบบ Time-Lapse Embryo Monitoring
ระบบนี้ช่วยติดตามพัฒนาการของตัวอ่อนเป็นระยะโดยไม่จำเป็นต้องนำตัวอ่อนออกมาประเมินภายนอกบ่อยครั้ง ทำให้ทีม Embryology สามารถศึกษารูปแบบการแบ่งเซลล์และพัฒนาการของตัวอ่อนประกอบการประเมินได้ละเอียดขึ้น
อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกระบวนการรักษา การเลือกใช้ควรพิจารณาร่วมกับข้อมูลทางการแพทย์และความเหมาะสมของผู้รับบริการแต่ละราย
5. PGT คืออะไร? ทุกคนที่ทำ IVF จำเป็นต้องตรวจหรือไม่?
PGT หรือ Preimplantation Genetic Testing คือการตรวจทางพันธุกรรมของตัวอ่อนก่อนการย้ายตัวอ่อนกลับเข้าสู่โพรงมดลูก
PGT มีหลายประเภทและมีข้อบ่งชี้แตกต่างกัน การตรวจอาจถูกนำมาพิจารณาในผู้รับบริการบางกลุ่ม เช่น ผู้ที่มีความเสี่ยงทางพันธุกรรม หรือกรณีที่แพทย์ประเมินว่าการตรวจจะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อแผนการรักษา
แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่ทำ IVF ทุกคนจำเป็นต้องตรวจ PGT
จึงควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับประโยชน์ ข้อจำกัด ค่าใช้จ่าย และความเหมาะสมของการตรวจในแต่ละกรณี
6. อายุเท่าไรควรเริ่มปรึกษาเรื่องมีบุตรยาก?
โดยทั่วไป หากฝ่ายหญิงอายุต่ำกว่า 35 ปี และมีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอโดยไม่ได้คุมกำเนิดเป็นเวลาประมาณ 12 เดือนแล้วยังไม่ตั้งครรภ์ ควรพิจารณาปรึกษาแพทย์
หากฝ่ายหญิงอายุ 35 ปีขึ้นไป มักแนะนำให้เข้ารับการประเมินเร็วขึ้น เช่น หลังพยายามประมาณ 6 เดือน
และหากมีปัจจัยเสี่ยงหรือประวัติที่อาจเกี่ยวข้องกับภาวะเจริญพันธุ์ ก็ไม่จำเป็นต้องรอให้ครบระยะเวลาดังกล่าวก่อนเข้ารับคำปรึกษา
เหตุผลสำคัญคือ อายุของฝ่ายหญิงสัมพันธ์กับทั้งจำนวนและคุณภาพของไข่ การประเมินเร็วขึ้นจึงช่วยให้คู่สมรสเข้าใจสถานการณ์และวางแผนทางเลือกได้เร็วขึ้น
7. แล้วควรเลือกคลินิก IVF อย่างไร?
ก่อนตัดสินใจ ลองถามสถานพยาบาลอย่างน้อย 5 คำถาม
ใครเป็นผู้ดูแลเคสของเรา?
ควรทราบประสบการณ์ของทีมแพทย์และทีมที่เกี่ยวข้อง
ห้องปฏิบัติการตัวอ่อนมีมาตรฐานอย่างไร?
เพราะช่วงเวลาที่ตัวอ่อนอยู่ในห้องปฏิบัติการเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการ IVF
มีเทคโนโลยีอะไรบ้าง และเทคโนโลยีนั้นจำเป็นกับเราหรือไม่?
เทคโนโลยีที่มากกว่าไม่ได้หมายความว่าดีกว่าสำหรับทุกคน สิ่งสำคัญคือเลือกให้เหมาะกับแต่ละเคส
อัตราความสำเร็จที่แจ้งหมายถึงอะไร?
ควรถามถึงนิยาม กลุ่มอายุ และเกณฑ์ที่ใช้คำนวณ
ค่าใช้จ่ายทั้งหมดประมาณเท่าไร?
ควรถามให้ครอบคลุมตั้งแต่การตรวจ ยา การเก็บไข่ ห้องปฏิบัติการ การเลี้ยงตัวอ่อน การตรวจเพิ่มเติม การแช่แข็ง และการย้ายตัวอ่อน
Inspire IVF ให้ความสำคัญกับอะไร?
ที่ Inspire IVF แนวทางการดูแลไม่ได้เริ่มต้นจากคำถามว่า “ควรใช้เทคโนโลยีอะไรให้มากที่สุด” แต่เริ่มจากการประเมินว่า แต่ละคู่มีปัจจัยอะไร และอะไรเหมาะสมกับแผนการรักษาของคู่นั้น
ตั้งแต่การประเมินภาวะเจริญพันธุ์ การวางแผนกระตุ้นไข่ กระบวนการปฏิสนธิและเลี้ยงตัวอ่อน ไปจนถึงการพิจารณาเทคโนโลยี เช่น EmbryoScope และ PGT ในกรณีที่เหมาะสม
เป้าหมายคือการนำข้อมูลทางการแพทย์ เทคโนโลยี และการดูแลจากทีมผู้เชี่ยวชาญมาประกอบกัน เพื่อวางแผนการรักษาอย่างเป็นระบบสำหรับผู้รับบริการแต่ละราย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ IVF
IVF กับ ICSI ต่างกันอย่างไร?
IVF เป็นคำที่ใช้เรียกกระบวนการปฏิสนธินอกร่างกายโดยรวม ส่วน ICSI เป็นเทคนิคที่นักวิทยาศาสตร์ตัวอ่อนนำอสุจิหนึ่งตัวฉีดเข้าสู่เซลล์ไข่โดยตรง ซึ่งอาจถูกเลือกใช้ในบางกรณีตามข้อบ่งชี้
ทำ IVF ครั้งแรกสำเร็จเลยไหม?
มีผู้รับบริการบางรายที่ประสบความสำเร็จจากการรักษาครั้งแรก แต่ไม่สามารถรับประกันได้ เนื่องจากผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับอายุ คุณภาพไข่ อสุจิ ตัวอ่อน สุขภาพของมดลูก และปัจจัยอื่น ๆ ของแต่ละบุคคล
อายุ 40 ปีทำ IVF ได้ไหม?
สามารถเข้ารับการประเมินเพื่อพิจารณาทางเลือกได้ แต่โอกาสสำเร็จและแนวทางรักษาจะขึ้นอยู่กับภาวะเจริญพันธุ์ของแต่ละคน จึงควรได้รับการประเมินโดยแพทย์เป็นรายบุคคล
ก่อนทำ IVF ต้องตรวจอะไรบ้าง?
แพทย์อาจพิจารณาตรวจฮอร์โมน ประเมินรังไข่และมดลูก รวมถึงตรวจคุณภาพอสุจิและการตรวจอื่น ๆ ตามประวัติสุขภาพของทั้งสองฝ่าย
สรุป: ทำ IVF ที่ไหนดี?
การเลือกสถานพยาบาล IVF ควรมองมากกว่าราคาและเปอร์เซ็นต์ความสำเร็จ
ควรพิจารณา ประสบการณ์ของทีมแพทย์ + คุณภาพห้องปฏิบัติการ + ทีมนักวิทยาศาสตร์ตัวอ่อน + เทคโนโลยีที่เหมาะสม + การวางแผนรักษาเฉพาะบุคคล + ความโปร่งใสของข้อมูล
เพราะสำหรับการรักษาภาวะมีบุตรยาก คำถามที่สำคัญอาจไม่ใช่เพียงว่า
“คลินิกไหนดีที่สุด?”
แต่อาจเป็น
“คลินิกไหนสามารถวางแผนการรักษาที่เหมาะกับเราที่สุด?”
ผู้ที่กำลังวางแผนมีบุตรสามารถเริ่มต้นจากการประเมินภาวะเจริญพันธุ์และพูดคุยกับทีมแพทย์ของ Inspire IVF เพื่อทำความเข้าใจทางเลือกที่เหมาะสมก่อนตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการรักษา
ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์เฉพาะบุคคลได้
Inspire IVF Thailand
https://inspireivfthailand.com/
https://www.inspireivf.com/th/home
โรครูมาตอยด์เป็นโรคข้ออักเสบประเภทหนึ่ง เกิดจากการอักเสบเรื้อรังของข้อต่อ สามารถเกิดขึ้นได้ในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และมีอาการ ความรุนแรง และภาวะแทรกซ้อนที่ต่างกัน
Copyright @ 2021. All Rights Reserved By Intrarat Hospital