โปรแกรมสวนหลอดเหลือดหัวใจ

27/03/2567 13:53:10 | Views: 173

เมื่อผู้ป่วยมาโรงพยาบาลด้วยอาการแน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก แพทย์จะทำการตรวจวินิจฉัย หากสงสัยว่าผู้ป่วยเป็นเส้นเลือดหัวใจตีบตัน แพทย์จะแนะนำให้ฉีดสีสวนหัวใจเพื่อหาตำแหน่งที่เส้นเลือดตีบตัน และดำเนินการรักษาให้อย่างทันท่วงที เพราะหากหัวใจขาดเลือดจะเสี่ยงต่อภาวะหัวใจวายและมีโอกาสเสียชีวิตสูง

การฉีดสีสวนหัวใจคืออะไร?
การฉีดสีสวนหัวใจ หรือ Coronary Angiography เป็นการใช้สายสวนขนาดเล็กเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2 มม. ใส่เข้าไปตามหลอดเลือดแดงก่อนถึงหัวใจเล็กน้อย จากนั้นจะใช้สารทึบรังสีซึ่งเป็นสารไอโอดีนฉีดเข้าไปเพื่อประเมินว่ามีการตีบแคบของหลอดเลือดหัวใจตรงจุดใด ดูสภาพกล้ามเนื้อหัวใจ และการทำงานของลิ้นหัวใจ ทำให้แพทย์สามารถวินิจฉัยและรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจได้ตรงจุด ปกติแล้วสารทึบรังสีที่เป็นสารไอโอดีนอาจมีผลข้างเคียงในผู้ป่วยที่แพ้อาหารทะเล ผู้ป่วยที่รู้ตัวว่าแพ้อาหารทะเลต้องแจ้งแก่แพทย์ผู้รักษาก่อนทำการรักษา

การเตรียมตัวทำการฉีดสีสวนหัวใจ

  • แพทย์จะสอบถามอาการแพ้ยาและแพ้อาหารทะเล โรคประจำตัว
  • หากผู้ป่วยมียาที่รับประทานเป็นประจำ โดยเฉพาะยาละลายลิ่มเลือด ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ และนำยามาให้แพทย์ดูก่อน
  • ตรวจร่างกายผู้ป่วยอย่างละเอียด
  • ผู้ป่วยต้องงดอาหารและน้ำดื่ม 6-8 ชั่วโมงก่อนเข้ารับการตรวจ

ขั้นตอนการฉีดสีสวนหัวใจ

  1. แพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่ก่อนทำการเจาะหลอดเลือดแดงบริเวณข้อมือหรือขาหนีบ
  2. แพทย์จะสอดท่อพลาสติกอ่อนเข้าไปในหลอดเลือดแดง เพื่อเป็นทางผ่านเข้าออกของสายสวนหัวใจเข้าสู่หลอดเลือดแดงใหญ่ของหัวใจ
  3. แพทย์ฉีดสารทึบรังสีเข้าไปในสายสวน สารทึบรังสีจะผ่านเข้าสู่หลอดเลือดหัวใจ ทำให้สามารถเห็นภายในหลอดเลือดว่ามีการตีบที่บริเวณใด
  4. ระหว่างการตรวจฉีดสีสวนหัวใจจะมีการตรวจติดตามความดันโลหิต ชีพจร ความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือดและอาการของผู้ป่วยเป็นระยะ
  5. หากแพทย์พบความผิดปกติของหลอดเลือดที่สามารถแก้ไขได้ด้วยการสวนหัวใจ แพทย์จะขยายส่วนที่ตีบแคบของหลอดเลือดนั้นด้วยบอลลูนและขดลวดถ่างขยาย (Stent)
  6. เมื่อเสร็จกระบวนการวินิจฉัยและรักษาแล้ว แพทย์จะดึงสายสวนหัวใจและท่อพลาสติกออกจากหลอดเลือดแดงบริเวณข้อมือหรือขาหนีบ และกดห้ามเลือดประมาณ 10-15 นาที หากมีการขยายหลอดเลือดด้วย อาจต้องคาท่อพลาสติกไว้อีกประมาณ 4-6 ชั่วโมง จึงจะนำท่อออก

ประโยชน์และข้อดีของการฉีดสีสวนหัวใจ

  • เป็นการวินิจฉัยและยืนยันภาวะโรคหลอดเลือดหัวใจตีบได้อย่างแม่นยำตรงจุด
  • เป็นวิธีที่สะดวก รวดเร็ว เพียงแค่ฉีดยาชาเฉพาะที่โดยไม่ต้องใช้ยาสลบ ใช้เวลาเพียง 20-30 นาที
  • หากพบว่าผู้ป่วยมีภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบตัน สามารถรักษาด้วยวิธีการขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูนและขดลวดต่อได้ทันที ซึ่งใช้เวลารักษาเพียง 45 นาที – 1 ชั่วโมงเท่านั้น
  • มีความเสี่ยงต่ำและภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นได้น้อยมาก คือเพียง 0.01เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
  • ผู้ป่วยจะฟื้นตัวเร็ว นอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลเพียง 1-2 วัน ก็กลับบ้านได้

การฉีดสีสวนหัวใจ…เป็นการตรวจที่ตรงจุด เพื่อหาสาเหตุและจุดที่มีการตีบตันในหลอดเลือดหัวใจ อย่างไรก็ตามเราสามารถลดความเสี่ยงและป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันได้ ด้วยการปรับพฤติกรรม เช่น การหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง รักษาน้ำหนักตัวไม่ให้เกินมาตรฐาน พักผ่อนให้เพียงพอ รู้จักการผ่อนคลายอารมณ์ไม่ให้เครียด รวมถึงออกกำลังกายแบบคาร์ดิโออย่างสม่ำเสมอ และไม่สูบบุหรี่หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์