โปรแกรมตรวจหาเชื้อไวรัส RSV

03/01/2567 10:32:47 | Views: 3,817

RSV หรือ Respiratory Syncytial Virus เป็นเชื้อไวรัสซึ่งก่อให้เกิดอาการทางระบบทางเดินหายใจได้ทั้งส่วนบนและส่วนล่าง โดยมีการติดต่อจากคนสู่คนผ่านทางการสัมผัสสารคัดหลั่ง

(น้ำมูก น้ำตา น้ำลาย เป็นต้น) และละอองฝอยขนาดใหญ่ (ระยะกระจาย น้อยกว่า 6 ฟุต) ที่ปนเปื้อนเชื้อ

เชื้อโรคที่สามารถมีชีวิตอยู่ได้บนพื้นผิวต่างๆได้นานหลายชั่วโมง และอยู่บนผิวหนังได้นานกว่า

30 นาที การติดเชื้อสามารถติดได้ทุกช่วงอายุ และสามารถติดเชื้อซ้ำได้ตลอดชีวิต

อาการของโรค
เชื้อนี้มีระยะฟักตัวก่อนเกิดอาการได้ตั้งแต่ 2-8 วัน ส่วนใหญ่มีอาการในช่วง 4-6 วันหลังได้รับเชื้อการติดเชื้อนี้ทำให้เกิดอาการทางระบบหายใจในเด็ก ส่วนใหญ่มีอาการทางเดินหายใจส่วนบนเช่นไอ น้ำมูก เจ็บคอ มีเสมหะ คล้ายหวัดทั่วไปซึ่งมักจะดีขึ้นภาย ใน 2-3 วัน บางส่วน (20-30%) มีอาการทางเดินหายใจส่วนล่าง เช่น หลอดลมฝอยอักเสบ (bronchiolitis) หรือ ปอดอักเสบ (pneumonia) ปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการติดเชื้อรุนแรงคือ ทารกคลอดก่อนกำหนด โรคปอดเรื้อรัง ภาวะหัวใจผิดปกติแต่กำเนิด ภาวะความดันในปอดสูง ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นที่ส่งผลต่อความรุนแรงของโรค เช่น เด็กน้ำหนักแรกคลอดน้อยมารดาสูบบุหรี่ระหว่างตั้งครรภ์ ได้รับควันบุหรี่มือสอง ภาวะภูมิแพ้ เป็นต้น

วิธีสังเกตอาการ

อาการเริ่มต้นของการติดเชื้อ RSV มีอาการคล้ายไข้หวัดทั่วไป คือ มีไข้ ไอ มีน้ำมูก มีเสมหะ

แต่ลักษณะเด่นของการติดเชื้อนี้คือ ปริมาณสมหะมาก และเสมหะมีลักษณะเหนียว ดังนั้นอาจะทำให้ผู้ป่วยโดยเฉพาะเด็กเล็ก หายใจลำบาก หายใจครืดคราด หากอาการรุนแรงอาจพบการหายใจเหนื่อยหอบ หน้าอกบุ๋ม หายใจมีเสียงหวีด ซึ่งเป็นลักษณะของภาวะหลอดลมตีบหรือหลอดลมฝอยอักเสบได้

ดังนั้นอาการที่ควรพาผู้ป่วยมาพบแพทย์คือ

  • ไข้สูงหรือดูซึมลง
  • หายใจครืดคราด กระสับกระส่าย
  • หายใจหอบเหนื่อย อกบุ๋ม
  • หายใจมีเสียงหวีด
  • กินได้น้อย ไม่เล่นไม่ร่าเริงเหมือนปกติ

แนวทางการรักษา

การติดเชื้อไวรัส RSV นี้ยังไม่มียารักษาจำเพาะ และเชื้อนี้เป็นเชื้อไวรัส การใช้ยาปฏิชีวนะจึงไม่มีประโยชน์ในการรักษา

การรักษาหลักเป็นการรักษาตามอาการเพื่อให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นเช่น การให้ยาลดไข้ การเช็ดตัวหรืออาบน้ำเมื่อมีไข้ การให้ยาละลายเสมหะ ยาลดน้ำมูก ยาแก้ไอ การให้ยาขยายหลอดลมเมื่อมีอาการหลอดลมตีบ การพ่นยา เคาะปอด และดูดเสมหะในเด็กที่มีเสมหะมากและขับเสมหะเองยังไม่ดี การให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดในเด็กที่ไม่สามารถกินได้เพียงพอ

การป้องกันโรค RSV

เชื้อ RSV นี้ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันการติดเชื้อ หากเคยติดเชื้อแล้วสามารถติดเชื้อช้ำอีกได้ทุกช่วงอายุ ผู้ป่วยที่ติดเชื้อสามารถแพร่เชื้อได้ 3-8 วัน หรือนานกว่านั้นในผู้ป่วยเด็กเล็กและผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ดังนั้นหากตรวจพบว่าติดเชื้อ แนะนำให้หยุดเรียนอย่างน้อย 1 สัปดาห์หรือจนกว่าอาการจะหายสนิท

ส่วนการป้องกันไม่ให้ติดเชื้อนั้นทำได้ด้วยการล้างมือบ่อยๆโดยใช้น้ำและสบู่โดยเฉพาะก่อนสัมผัสใบหน้าและก่อนรับประทานอาหาร หลีกเสี่ยงไปในที่ที่มีผู้คนแออัด เช่น โรงเรียน เนอร์สเซอรี่ ห้างสรรพสินค้า ทำความสะอาดพื้นผิวในบ้านและของเล่นเป็นประจำ หลีกเลี่ยงควันบุหรี่เพราะอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้นขณะมีการติดเชื้อ


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : 02 481 5555 แผนกกุมารเวชกรรม ต่อ 2700 ,2710 เวลา 08.00 - 20.00 น.