หลังคลอด คุณแม่ควรตรวจอะไรบ้าง

หลังคลอด คุณแม่ควรตรวจอะไรบ้าง

23/07/2567 13:51:22 | Views: 11,512

หลังคลอด คุณแม่ควรตรวจอะไรบ้าง

 

ความสำคัญในการตรวจคุณแม่หลังคลอดบุตร

     การตรวจร่างกายหลังคลอดลูกเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะมีผลต่อสุขภาพของคุณแม่และลูกน้อยด้วย การตรวจร่างกายหลังคลอดมีหลายประการ เช่น การตรวจความสมบูรณ์ของมดลูก สอบถามเกี่ยวกับอาการที่คุณแม่เป็น เช่น อาการปวด การตรวจชีพจร และอื่นๆ ที่จำเป็นตามคำแนะนำของแพทย์ที่ดูแลคุณในช่วงหลังคลอด การตรวจร่างกายนี้จะช่วยให้คุณแม่หลังคลอดรู้สึกมั่นใจและมีสุขภาพที่ดี

 

รายการตรวจสุขภาพหลังคลอดลูก มีรายการใดบ้าง

การตรวจสุขภาพหลังคลอดมีรายการตรวจหลายอย่างที่สำคัญ เช่น

  1. การตรวจความสมบูรณ์ของมดลูก : การตรวจดูว่ามดลูกมีความสมบูรณ์และเติบโตอย่างถูกต้องหรือไม่
  2. การตรวจสุขภาพทั่วไปของร่างกาย เช่น การตรวจดูแผลคลอด การตรวจดูการหดตัวของมดลูก และการตรวจหาภาวะที่อาจเกิดขึ้นหลังคลอด เช่นลักษณะของน้ำคาวปลา การตรวจสุขภาพของช่องปากและฟัน เพื่อป้องกันการเกิดภาวะทางชีวภาพที่เกิดขึ้นหลังคลอดเช่น การติดเชื้อของมดลูก ช่องปากและฟัน
  3. การตรวจชีพจร : การตรวจวัดความดันโลหิต ชีพจร และอุณหภูมิร่างกาย เพื่อประเมินสุขภาพทั่วไปของผู้หญิงหลังคลอด
  4. การสนทนาและการให้คำปรึกษา : การสนทนาเกี่ยวกับการดูแลตนเองและลูกน้อย เช่น การให้นมบุตร การดูแลแผลคลอด การดูแลสุขภาพใจ และการคุมกำเนิดอย่างเหมาะสมหลังคลอดบุตร เป็นต้น
  5. การตรวจความสมบูรณ์ของทรวงอกและการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการให้นมบุตร

     รายการตรวจเหล่านี้มีความสำคัญในการดูแลสุขภาพหลังคลอด มีบทบาทสำคัญในการป้องกันและรักษาภาวะที่เกิดขึ้นหลังคลอด แต่คำแนะนำเหล่านี้อาจแตกต่างไปตามแต่ละบุคคลและสถานการณ์ ดังนั้น ควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องเพื่อรับคำแนะนำและการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมในแต่ละกรณี

อาการหลังคลอดแบบไหน ที่ควรรีบพบแพทย์ทันที

   อาการหลังคลอดที่ควรรีบพบแพทย์ทันที ก่อนถึงวันนัดตรวจหลังคลอด คุณแม่ควรหมั่นใส่ใจดูแลร่างกายของตัวเองอยู่เสมอ หากพบว่ามีอาการผิดปกติเหล่านี้เกิดขึ้น คุณแม่ควรรีบไปพบแพทย์ทันที (หรือภายใน 12 ชั่วโมง)

  • มีอาการปวดศีรษะมาก หนาวสั่น หรือมีไข้สูงเกินกว่า 38 องศาเซลเซียส
  • มีก้อนที่เต้านมหรือเต้านมบวมแดง มีอาการปวดท้องมาก ปวดท้องบิด โดยไม่ได้มีสาเหตุมาจากอาหารการกิน
  • มีอาการเจ็บหรือแสบขัดในขณะถ่ายปัสสาวะ ระดูขาวมีกลิ่นเหม็น น้ำคาวปลามีสีแดงตลอดภายใน 15 วันหลังคลอด โดยปกติแล้วหลังคลอด 3-4 วันแรก น้ำคาวปลาจะออกมาเป็นเลือดสด ๆ แต่หลังจากนี้อีก 10-14 วันจะเป็นน้ำปนเลือด มีสีน้ำตาลดำ แล้วจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นน้ำสีขาวออกเหลืองจนหมดไปภายใน 4 สัปดาห์ ถ้าพบว่ามีน้ำคาวปลาออกมาเป็นสีผิดปกติหรือยังเป็นเลือดอยู่ก็อาจมาจาก 2 สาเหตุ คือ ยังมีเศษรกค้างอยู่ หรืออาจเกิดจากการอักเสบติดเชื้อของโพรงมดลูก มีเลือดออกทางช่องคลอด ภายใน 1 ชั่วโมงชุ่มผ้าอนามัย 1 แผ่น และเลือดที่ออกมามีลักษณะเป็นก้อน มีหนองหรือมีเลือดไหลจากแผลฝีเย็บ หรือแผลฝีเย็บบวมแดงมากขึ้นจนมีอาการปวดถ่วงไปถึงทวารหนัก

หากพบอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง ต้องรีบไปพบแพทย์


บทความโดย

นพ.ปราโมทย์   เชิดรัตนรักษ์
นพ.ปราโมทย์ เชิดรัตนรักษ์

แพทย์ทางสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา


บทความน่ารู้

RSV ไวรัสร้ายที่คุณพ่อ คุณแม่ ต้องรู้จัก

RSV ไวรัสร้ายที่คุณพ่อ คุณแม่ ต้องรู้จัก

ในช่วงปลายฝนต้นหนาว โรคที่เป็นปัญหาสำคัญสำหรับลูกน้อยก็คือ “โรคติดเชื้อทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัส RSV”

โรคนอนไม่หลับ จากภาวะความเครียด

โรคนอนไม่หลับ จากภาวะความเครียด

โรคนอนไม่หลับ (Insomnia) โรคนอนไม่หลับเป็นปัญหาที่พบได้ทุกวัย ทุกอายุ เกิดขึ้นได้บ่อย จากภาวะความเครียดเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อย