ทำไมต้องทำกายภาพหลังการผ่าตัด

ทำไมต้องทำกายภาพหลังการผ่าตัด

28/05/2568 16:14:00 | Views: 1,585

ทำไมต้องทำกายภาพหลังการผ่าตัด

 

หลายคนอาจมีความเข้าใจผิดว่าถ้าการผ่าตัดผ่านไปได้ดีก็จะหายเป็นปกติ  และหลังการผ่าตัดควรพักฟื้นเพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนฟื้นฟูอย่างเต็มที่  แต่ในความเป็นจริงแล้ว  นอกจากการผ่าตัดรักษาแล้วนั้น  การทำกายภาพบำบัด มีบทบาทสำคัญไม่แพ้กันที่จะช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย  ให้ผู้ป่วยกลับมาเคลื่อนไหว  ใช้ชีวิตและทำกิจวัตรประจำวันได้อย่างปกติสมบูรณ์แบบ  ดังนั้นการทำกายภาพบำบัดหลังการผ่าตัดเป็นสิ่งจำเป็นและมีความสำคัญมาก  ที่ไม่ควรละเลย  เพื่อให้ได้รับผลการรักษาที่ดีที่สุด

หลังผ่าตัดร่างกายต้องได้รับการพักฟื้น

เชื่อว่ายังมีหลายคนเข้าใจผิด  คิดว่าเมื่อเข้ารับการผ่าตัดแล้วจะสามารถกลับไปใช้ชีวิตและทำงานต่อได้เลยทันที    แต่ในความเป็นจริงแล้วหลังการผ่าตัดการทำงานของกล้ามเนื้อ  เอ็น  กระดูก  หรือข้อต่อรอบๆ บริเวณนั้น  จะมีประสิทธิภาพลดลง  รวมถึงมีอาการเจ็บปวดหลังการผ่าตัด  การจำกัดการเคลื่อนไหว  กล้ามเนื้ออ่อนแรง  หรือมีปัญหาในการทำกิจวัติประจำวัน  ดังนั้นร่างกายยังต้องอาศัยเวลาพักฟื้นและฟื้นฟูเพื่อให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้เป็นปกติ  เตรียมพร้อมสำหรับการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง  แน่นอนว่าผลการรักษาที่จะบอกได้ว่าประสบความสำเร็จ  ตรงตามเป้าหมายการรักษาสูงสุดหรือไม่นั้นจำเป็นต้องขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตน  การดูแลตนเองและการทำกายภาพบำบัดอย่างถูกต้องเหมาะสม  เรียกได้ว่าการทำกายภาพบำบัดเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่จะนำพาผู้ป่วยบรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพหลังการผ่าตัด

เหตุผลสำคัญที่ควรทำกายภาพบำบัดหลังผ่าตัด

จุดประสงค์ของการทำกายภาพบำบัดนั้นเพื่อรักษาผู้ป่วยให้กลับมาสมบูรณ์แข็งแรง  เคลื่อนไหวร่างกาย  ทรงตัว  ยืน  เดินได้ดี  และทำกิจวัติประจำวันได้ปกติ  แต่ทั้งนี้ก็ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าผู้ป่วยบางรายหลังผ่าตัดอาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการฟื้นฟูนาน  โดยทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอาการ  ตำแหน่งรอยโรค  ความรุนแรงของโรค  วิธีการผ่าตัด  รวมถึงปัจจัยเสี่ยงและโรคประจำตัว  อายุของผู้ป่วย  เป็นต้น  โดยเป้าหมายหลักในการทำกายภาพบำบัด แบ่งออกเป็น 3 หัวข้อใหญ่ๆ คือ

  1. ลดความเจ็บปวด

หลังจากการผ่าตัดผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีอาการเจ็บปวด  รวมถึงอาการบวม  แดง  ร้อน  เป็นผลมาจากเลือดและสารน้ำมาหล่อเลี้ยงบริเวณแผลผ่าตัดมาก  เนื้อเยื่อและเส้นเลือดฝอยบางส่วนฉีดขาด  การทำกายภาพบำบัดจะสามารถช่วยให้อาการเหล่านี้ลดลงได้  โดยการยกรยางค์แขน  ขาข้างที่ผ่าตัดนั้นสูงกว่าระดับหัวใจ  ประคบเย็นบริเวณแผลหรือบริเวณใกล้เคียงแผลผ่าตัดเพื่อลดอักเสบ  รวมถึงการใช้เครื่องมือทางกายภาพบำบัด  เช่น  การกระตุ้นไฟฟ้า  เพื่อลดปวด  ลดการอักเสบ

  1. เพิ่มองศาการเคลื่อนไหวของข้อต่อ  ป้องกันปัญหาข้อติด

ปัญหาข้อติดหลังจากการผ่าตัด  ไม่สามารถงอ  เหยียดหรือเคลื่อนไหวได้ปกติที่พบได้บ่อยนั้น  เกิดจากอาการเจ็บปวดหลังผ่าตัดที่ส่งผลให้ผู้ป่วยเลี่ยงที่จะงอ  เหยียดหรือเคลื่อนไหวข้อต่อส่วนนั้น  เช่น  ข้อเข่า  ข้อสะโพก  ข้อไหล่  เมื่อไม่เคลื่อนไหวข้อส่วนนั้นติดต่อกันเป็นเวลานาน  จะทำให้เกิดพังผืดขึ้น  เส้นเอ็น  กล้ามเนื้อเกิดการหดรั้ง  จนในที่สุดผู้ป่วยเกิดภาวะข้อติด  ส่งผลต่อการใช้ชีวิต  การทำจิตวัตรประจำวัน  ทั้งการยืน  การเดิน  การขึ้นลงบันได  การหยิบของ  การทำงานบ้าน  ล้วนแต่มีความเสี่ยงต่อการล้ม  เกิดอุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บซ้ำได้ง่ายจากการจำกัดเคลื่อนไหว

  1. เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

หลังจากที่ผ่าตัดมาใหม่ๆ  ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บปวด  ไม่กล้าที่จะขยับหรือเคลื่อนไหว   รวมถึงมีความจำเป็นที่ต้องให้ร่างกายในส่วนนั้นอยู่นิ่งๆ  เพื่อให้แผลยึดติดกันได้ดีในบางกรณี  ซึ่งแน่นอนว่าการที่ผู้ป่วยไม่ขยับร่างกายหรืออวัยวะส่วนใดๆ  ส่วนหนึ่งเป็นเวลานาน  จะส่งผลให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นฝ่อลีบ  กล้ามเนื้ออ่อนแรง  อย่างในผู้ป่วยที่ผ่าตัดเข่า  สะโพก  ข้อเท้า  ในช่วงแรกผู้ป่วยจะรู้สึกว่าเดินลำบาก  ปวด  อ่อนล้า  เกร็ง  เมื่อย  ดังนั้นการทำกายภาพบำบัดฟื้นฟูกำลังกล้ามเนื้อจึงมีส่วนสำคัญอย่างมากเพื่อให้ผู้ป่วยมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงมากพอ  ที่จะสามารถกลับไปใช้ชีวิตและทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ ในทางกลับกันหากเข้ารับการผ่าตัดแล้วไม่ยอมทำกายภาพบำบัด  จะมีความเสี่ยงต่อกล้ามเนื้ออ่อนแรง  ปัญหาข้อติด  การบาดเจ็บซ้ำ  ข้อหลุด  การพลัดตกหกล้ม  หรือแม้กระทั่งการเข้ารับการผ่าตัดซ้ำอีกครั้งในอนาคต  ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต  และจิตใจของตัวผู้ป่วยเอง

 

                เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคตหลังเข้ารับการผ่าตัด  ผู้ป่วยจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเข้าใจและปฏิบัติตามข้อควรปฏิบัติ  ข้อห้าม  ข้อควรระวัง  และเข้ารับการรักษาทางกายภาพบำบัดอย่างทันท่วงที


บทความน่ารู้

ปวดหูบ่อย ปล่อยไว้อันตรายแน่

ปวดหูบ่อย ปล่อยไว้อันตรายแน่

ปวดหู เป็นอาการปวดบริเวณหูข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้ง 2 ข้างพร้อมกัน อาจปวดในลักษณะตื้อ ๆ เจ็บแปลบ หรือรู้สึกแสบร้อน ซึ่งอาการปวดส่วนใหญ่จะอยู่ไม่นานแล้วค่อย ๆ ดีขึ้นจนหายไป มักพบได้บ่อยในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ และปวดหูเกิดจากอะไรได้บ้าง เรามีคำตอบ

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม

ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม เป็นการผ่าตัดที่ใช้ในภาวะของข้อสะโพกที่เสื่อมสภาพหรือเสียหายโดยการแทนที่ส่วนที่เสื่อมและเสียหายนั้นๆด้วยข้อสะโพกเทียม