
หลายคนอาจมีความเข้าใจผิดว่าถ้าการผ่าตัดผ่านไปได้ดีก็จะหายเป็นปกติ และหลังการผ่าตัดควรพักฟื้นเพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนฟื้นฟูอย่างเต็มที่ แต่ในความเป็นจริงแล้ว นอกจากการผ่าตัดรักษาแล้วนั้น การทำกายภาพบำบัด มีบทบาทสำคัญไม่แพ้กันที่จะช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย ให้ผู้ป่วยกลับมาเคลื่อนไหว ใช้ชีวิตและทำกิจวัตรประจำวันได้อย่างปกติสมบูรณ์แบบ ดังนั้นการทำกายภาพบำบัดหลังการผ่าตัดเป็นสิ่งจำเป็นและมีความสำคัญมาก ที่ไม่ควรละเลย เพื่อให้ได้รับผลการรักษาที่ดีที่สุด

หลังผ่าตัดร่างกายต้องได้รับการพักฟื้น
เชื่อว่ายังมีหลายคนเข้าใจผิด คิดว่าเมื่อเข้ารับการผ่าตัดแล้วจะสามารถกลับไปใช้ชีวิตและทำงานต่อได้เลยทันที แต่ในความเป็นจริงแล้วหลังการผ่าตัดการทำงานของกล้ามเนื้อ เอ็น กระดูก หรือข้อต่อรอบๆ บริเวณนั้น จะมีประสิทธิภาพลดลง รวมถึงมีอาการเจ็บปวดหลังการผ่าตัด การจำกัดการเคลื่อนไหว กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือมีปัญหาในการทำกิจวัติประจำวัน ดังนั้นร่างกายยังต้องอาศัยเวลาพักฟื้นและฟื้นฟูเพื่อให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้เป็นปกติ เตรียมพร้อมสำหรับการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง แน่นอนว่าผลการรักษาที่จะบอกได้ว่าประสบความสำเร็จ ตรงตามเป้าหมายการรักษาสูงสุดหรือไม่นั้นจำเป็นต้องขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตน การดูแลตนเองและการทำกายภาพบำบัดอย่างถูกต้องเหมาะสม เรียกได้ว่าการทำกายภาพบำบัดเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่จะนำพาผู้ป่วยบรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพหลังการผ่าตัด
เหตุผลสำคัญที่ควรทำกายภาพบำบัดหลังผ่าตัด
จุดประสงค์ของการทำกายภาพบำบัดนั้นเพื่อรักษาผู้ป่วยให้กลับมาสมบูรณ์แข็งแรง เคลื่อนไหวร่างกาย ทรงตัว ยืน เดินได้ดี และทำกิจวัติประจำวันได้ปกติ แต่ทั้งนี้ก็ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าผู้ป่วยบางรายหลังผ่าตัดอาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการฟื้นฟูนาน โดยทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอาการ ตำแหน่งรอยโรค ความรุนแรงของโรค วิธีการผ่าตัด รวมถึงปัจจัยเสี่ยงและโรคประจำตัว อายุของผู้ป่วย เป็นต้น โดยเป้าหมายหลักในการทำกายภาพบำบัด แบ่งออกเป็น 3 หัวข้อใหญ่ๆ คือ
หลังจากการผ่าตัดผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีอาการเจ็บปวด รวมถึงอาการบวม แดง ร้อน เป็นผลมาจากเลือดและสารน้ำมาหล่อเลี้ยงบริเวณแผลผ่าตัดมาก เนื้อเยื่อและเส้นเลือดฝอยบางส่วนฉีดขาด การทำกายภาพบำบัดจะสามารถช่วยให้อาการเหล่านี้ลดลงได้ โดยการยกรยางค์แขน ขาข้างที่ผ่าตัดนั้นสูงกว่าระดับหัวใจ ประคบเย็นบริเวณแผลหรือบริเวณใกล้เคียงแผลผ่าตัดเพื่อลดอักเสบ รวมถึงการใช้เครื่องมือทางกายภาพบำบัด เช่น การกระตุ้นไฟฟ้า เพื่อลดปวด ลดการอักเสบ
ปัญหาข้อติดหลังจากการผ่าตัด ไม่สามารถงอ เหยียดหรือเคลื่อนไหวได้ปกติที่พบได้บ่อยนั้น เกิดจากอาการเจ็บปวดหลังผ่าตัดที่ส่งผลให้ผู้ป่วยเลี่ยงที่จะงอ เหยียดหรือเคลื่อนไหวข้อต่อส่วนนั้น เช่น ข้อเข่า ข้อสะโพก ข้อไหล่ เมื่อไม่เคลื่อนไหวข้อส่วนนั้นติดต่อกันเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดพังผืดขึ้น เส้นเอ็น กล้ามเนื้อเกิดการหดรั้ง จนในที่สุดผู้ป่วยเกิดภาวะข้อติด ส่งผลต่อการใช้ชีวิต การทำจิตวัตรประจำวัน ทั้งการยืน การเดิน การขึ้นลงบันได การหยิบของ การทำงานบ้าน ล้วนแต่มีความเสี่ยงต่อการล้ม เกิดอุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บซ้ำได้ง่ายจากการจำกัดเคลื่อนไหว
หลังจากที่ผ่าตัดมาใหม่ๆ ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บปวด ไม่กล้าที่จะขยับหรือเคลื่อนไหว รวมถึงมีความจำเป็นที่ต้องให้ร่างกายในส่วนนั้นอยู่นิ่งๆ เพื่อให้แผลยึดติดกันได้ดีในบางกรณี ซึ่งแน่นอนว่าการที่ผู้ป่วยไม่ขยับร่างกายหรืออวัยวะส่วนใดๆ ส่วนหนึ่งเป็นเวลานาน จะส่งผลให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นฝ่อลีบ กล้ามเนื้ออ่อนแรง อย่างในผู้ป่วยที่ผ่าตัดเข่า สะโพก ข้อเท้า ในช่วงแรกผู้ป่วยจะรู้สึกว่าเดินลำบาก ปวด อ่อนล้า เกร็ง เมื่อย ดังนั้นการทำกายภาพบำบัดฟื้นฟูกำลังกล้ามเนื้อจึงมีส่วนสำคัญอย่างมากเพื่อให้ผู้ป่วยมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงมากพอ ที่จะสามารถกลับไปใช้ชีวิตและทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ ในทางกลับกันหากเข้ารับการผ่าตัดแล้วไม่ยอมทำกายภาพบำบัด จะมีความเสี่ยงต่อกล้ามเนื้ออ่อนแรง ปัญหาข้อติด การบาดเจ็บซ้ำ ข้อหลุด การพลัดตกหกล้ม หรือแม้กระทั่งการเข้ารับการผ่าตัดซ้ำอีกครั้งในอนาคต ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต และจิตใจของตัวผู้ป่วยเอง
เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคตหลังเข้ารับการผ่าตัด ผู้ป่วยจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเข้าใจและปฏิบัติตามข้อควรปฏิบัติ ข้อห้าม ข้อควรระวัง และเข้ารับการรักษาทางกายภาพบำบัดอย่างทันท่วงที
ปวดหู เป็นอาการปวดบริเวณหูข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้ง 2 ข้างพร้อมกัน อาจปวดในลักษณะตื้อ ๆ เจ็บแปลบ หรือรู้สึกแสบร้อน ซึ่งอาการปวดส่วนใหญ่จะอยู่ไม่นานแล้วค่อย ๆ ดีขึ้นจนหายไป มักพบได้บ่อยในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ และปวดหูเกิดจากอะไรได้บ้าง เรามีคำตอบ
ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม เป็นการผ่าตัดที่ใช้ในภาวะของข้อสะโพกที่เสื่อมสภาพหรือเสียหายโดยการแทนที่ส่วนที่เสื่อมและเสียหายนั้นๆด้วยข้อสะโพกเทียม
Copyright @ 2021. All Rights Reserved By Intrarat Hospital